พาเราไปสำรวจความงามที่แปลกประหลาดของซุ้มหินธรรมชาติที่งดงามตระการตา เกิดจากการกัดเซาะของน้ำเป็นโพรงขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นซุ้มหินดีกว่า


ธรรมชาติเป็นยาชั้นดีที่รักษาเราเมื่อเราเหนื่อยจากภาระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ หญ้า ทะเล หรือภูเขา เป็นสิ่งที่ทำให้เราสดชื่นทุกครั้งที่ได้เห็น ยกเว้นหินที่ถึงแม้จะดูแข็งแรงแต่ก็มีมุมที่สวยงาม โดยเฉพาะซุ้มหินธรรมชาติที่หาชมได้ยาก และวันนี้เราก็มี “Stone Arch” สถานที่ท่องเที่ยวตระการตามาบอกกัน คุณจะต้องทึ่งกับความงามที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติอย่างแน่นอน

1. เอล อาร์โก เด กาโบ ซาน ลูคัส เม็กซิโก

El Arco de Cabo San Lucas ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทร Baja California ในเม็กซิโก ความงามของมันคือหินแกรนิตกว่า 200 ฟุตถูกคลื่นแกะสลัก และกัดเซาะ El Arco de Cabo San Lucas ด้วยเส้นโค้งที่สวยงามราวกับเป็นอุโมงค์ในทะเล และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาดำน้ำดูปะการัง พายเรือคายัค เล่นเจ็ตสกี พร้อมชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินเมื่อแสงแดดส่องลงสู่ทะเล

ซุ้มหิน

2. The Rock of Raouche เลบานอน

สถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีในชื่อ “Dove Rock” ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงเรียกว่า The Rock of Raouche ซึ่งเป็นหินขนาดยักษ์ที่หันหน้าเข้าหากันซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเล แล้วมันดูเหมือนทหารรักษาการณ์ที่คอยดูแลแขกอย่างไร? ส่วนใหญ่ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินเลียบผาเพื่อสัมผัสลมทะเลเย็นๆ และทัศนียภาพที่สวยงามของซุ้มประตูใต้โขดหิน ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกคนจะแน่นมาก

ซุ้มหิน

3. Cathedral Cove นิวซีแลนด์

Cathedral Cove ตั้งอยู่บนชายหาดบนคาบสมุทร Coromandel ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นซุ้มหินศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีขนาดมหึมาผสมผสานกับบรรยากาศอันเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาพักผ่อนใต้ร่มเงาของหน้าผา ชายหาดในบริเวณนี้มีความสวยงามและสะอาด รวมถึงกิจกรรมทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้น พายเรือ หรือเพียงแค่พักผ่อน ให้เวลาเดินช้าๆและดื่มด่ำไปกับความงามที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างเต็มที่

ซุ้มหิน

4. London Arch ประเทศออสเตรเลีย

แม้จะชื่อ London Arch แต่ซุ้มประตูนี้ไม่ได้อยู่ในอังกฤษเลย ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Port Campbell ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลียนั่นเอง และสาเหตุที่ตั้งชื่อว่า London Arch ก็เพราะหน้าผานั้นคล้ายกับ London Bridge หรือสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ แต่มันน่าเสียดายมาก เพราะเคยมีผาหินยืนเคียงข้างกันแม้ถูกกัดเซาะมานานก่อนที่จะหายไปเหลือเพียงผาหินที่ยืนอยู่เพียงลำพังริมทะเลในวันนี้

ซุ้มหิน

5. ประตู Durdle สหราชอาณาจักร

ซุ้มหินแปลกตาอีกแห่งตั้งอยู่ใกล้เขตดอร์เซตในอังกฤษ ด้วยรูปทรงที่แตกต่างจากโขดหินโค้งอื่นๆ จึงมีจินตนาการหลายประการว่าเปรียบเสมือนสัตว์ที่ก้มหน้ากินน้ำทะเล บ้างก็ว่าคล้ายไดโนเสาร์ เนื่องจากชายฝั่งที่ Durdle Door ตั้งอยู่เรียกว่า Jurassic Coast หรือ Dinosaur Coast ทั้งนี้เนื่องมาจากฟอสซิลไดโนเสาร์จำนวนมากที่พบในบริเวณนี้ แต่สิ่งที่คุณรู้สึกเหมือนกันคือความงามที่แปลกประหลาดของประตู Durdle Door

ซุ้มหิน

6. Pont d’Arc, ฝรั่งเศส

ซุ้มหิน Pont d’Arc เป็นสีที่สวยงามอีกสีหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติ Pont d’Arc สูง 200 ฟุตและกว้าง 175 ฟุต Vallon-Pont-d’Arc ขึ้นชื่อในเรื่องความงามของหินปูนที่กัดเซาะโดยแม่น้ำ Ardeche และเป็นซุ้มหินขนาดยักษ์ที่นักท่องเที่ยวต้องข้ามหากต้องการข้ามไปอีกฝั่งโดยไม่มีทางเลือกอื่น เป็นซุ้มโค้งของเส้นชัยที่ทุกคนต้องผ่านเข้าไปชมความงามของถ้ำ Chauvet ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของซุ้มหิน Pont d’Arc

ซุ้มหิน


7. ลาปอร์ตาดา ชิลี

La Portada ตั้งอยู่บนชายฝั่งของประเทศชิลีและเป็นหนึ่งในเขตสงวนธรรมชาติ 15 แห่งภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติชิลี จุดเด่นของ La Portada คือล้อมรอบด้วยหน้าผาและชายฝั่งที่เกิดจากการแกะสลัก การกัดเซาะของทะเล เป็นการท้าทายสำหรับผู้มาเยือนที่จะเอาชนะคลื่นที่โหมกระหน่ำกระทบหน้าผา นี่เป็นเหมือนกำแพงที่ปกป้องซุ้มหิน La Portada แต่เชื่อเถอะว่าถ้าผ่านไปได้ ความงามตรงหน้าก็คุ้มจริงๆ

ซุ้มหิน


8. ดับเบิลอาร์ค สหรัฐอเมริกา

ว่ากันว่ามีซุ้มหินธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุทยานแห่งชาติ Arches ซึ่ง Double Arch ที่กัดเซาะด้วยน้ำเป็นซุ้มหินขนาดใหญ่ สูง 104 ฟุตและกว้าง 148 ฟุต นอกจากนี้ หากคุณจำภาพยนตร์อินเดียนาโจนส์เรื่อง The Crusades ได้ คุณจะพบว่า Double Arch ถูกใช้เป็นฉากเปิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่าสวยงามและมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกด้วย

ซุ้มหิน


9. The Azure Window, มอลตา

สำหรับใครที่อยากสัมผัสความงามของซุ้มหิน The Azure Window ใน Malta ต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะ แน่นอนว่ารูปร่างและรูปร่างของซุ้มหินก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน จุดเด่นของหน้าต่าง Azure อยู่ที่องค์ประกอบโดยรอบที่ล้อมรอบ ทั้งน้ำทะเลสีฟ้าและหน้าผาหินที่อยู่รอบๆ มารวมกัน ทำให้ภาพดูสวยงามและกลมกลืนกันมากขึ้น

ซุ้มหิน


10. Shipton’s Arch ประเทศจีน

Shipton’s Arch ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของ Kashgar County ใน Xinjiang Uygur มันถูกค้นพบในปี 1947 โดย Eric Shipton นักปีนเขาชาวอังกฤษ ดังนั้นที่มาของชื่อ Shipton’s Arch นอกจากนี้ยังเป็นซุ้มหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย มีความสูง 1,200 ฟุตและกว้าง 212 ฟุต และถึงแม้จะไม่ได้ล้อมรอบด้วยทะเลเหมือนซุ้มหินอื่นๆ แต่การอยู่ท่ามกลางภูเขาและเมฆบางๆ ก็เป็นอีกแง่มุมที่โรแมนติก

ซุ้มหิน


คุณเป็นอย่างไรบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงอยากสัมผัสทั้ง 10 ซุ้มหินที่สวยงามด้วยตาสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ถึงความงามของธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้สารปรุงแต่งใดๆ เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด

หมายเหตุ: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
womanitely.com, amusingplanet.com และ Wonderslist.com

#ซมหนสดตระการตา #ความงามทธรรมชาตรงสรรค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *