ย้อนรอยตำนานประเพณีการรับบัวยนบัว วิถีชีวิตชาวบางพลี สมุทรปราการ (ไปรษณีย์ไทย)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Paknam.com

เทศกาลบัวยนบัวเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาแต่โบราณไม่มีหลักฐานว่ายุคใด มีการสันนิษฐานว่าเรื่องราวมาจากคนเฒ่าบางพลีว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้วเพื่อบูชาหลวงพ่อโต ว่ากันว่าเป็นพี่น้องกับหลวงพ่อโสธรแปดริ้ว และหลวงพ่อวัดบ้านแหลมสมุทรสงคราม

ตามตำนานเล่าว่าหลวงพ่อโตลอยตามแม่น้ำเจ้าพระยา มาแวะที่ปากคลองสำโรงที่ลอยอยู่แถวนั้น เป็นความตั้งใจแน่วแน่ที่จะอยู่ในพื้นที่อย่างแน่นอน ชาวบ้านช่วยกันถือบัตรเชิญมาวัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานและอัญเชิญเข้าโบสถ์หลวงพ่อโต๊ะเป็นบิดาของชาวบางพลีนับแต่นั้นมา

หลังจากนั้นทุกปีชาวบางพลีจะเชิญหลวงพ่อขึ้นเรือทุกปี แล่นเรือให้ชาวบ้านสักการะ ครั้งแรกทำเป็นแบบจำลองด้วยไม้ไผ่สานเป็นกรอบพระพุทธรูป ห่อด้วยกระดาษทอง ชาวบ้านจะรวมตัวกันเพื่อสักการะหลวงพ่อข้างคลอง พวกเขาจะเด็ดดอกบัวที่ริมน้ำแล้วโยนลงเรือของหลวงพ่อเบาๆ

การได้รับบัวยนนี้เดิมคงเคยเล่นก่อนเป็นประเพณีบูชาหลวงพ่อโต เพราะตามตำราว่า ในอดีตบริเวณอำเภอบางพลี เป็นแหล่งของดอกบัวที่อุดมสมบูรณ์และอุดมสมบูรณ์ในฤดูฝน ประชาชนจากท้องที่ต่างๆ ใกล้เคียง อำเภอเมืองบางพลี โดยเฉพาะชาวอำเภอเมืองสมุทรปราการ และชาวอำเภอพระประแดง จึงไปหาดอกบัวที่อำเภอบางพลี

สมัยก่อนจะเดินทางไปเก็บตัวตามลำคลองและหนองน้ำต่างๆ แต่ต่อมาชาวบางพลีได้เก็บหรือเตรียมดอกบัวเพื่อแจกจ่ายให้ชาวต่างชาติที่ขาดแคลนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นความสะดวกแก่กันหรือเพื่อความหวัง ทำบุญร่วมกัน. ซึ่งได้กลายเป็นประเพณีที่เรียกว่า “รับบัว”

แต่ปัจจุบันฝรั่งไม่ค่อยสนใจไปดูดอกบัวที่อำเภอบางพลีเหมือนแต่ก่อน รัฐบาลอำเภอบางพลีจะจัดให้มีการรับดอกบัวเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีดั้งเดิมให้คงอยู่

ในอดีตในเขตอำเภอบางพลี มีประชากร 3 กลุ่ม คือ ชาวไทย รามัน และลาว โดยแต่ละกลุ่มมีหัวหน้างาน และการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ต่อมาทั้ง 3 กลุ่มได้ปรึกษาหารือกันเพื่อร่วมกันทลายป่าให้กว้างขวางขึ้นเพื่อทำการเกษตรและทำสวนต่อไป และเมื่อเคลียร์ป่าได้ก็มาถึงทางแยกที่ 3 ซึ่งตกลงจะแยกย้ายกันไปทำมาหากินคนละทิศคนละทาง

รามันที่แยกทางกันหาเลี้ยงชีพผ่านคลองลาดกระบังมา 2-3 ปี ไม่ได้ทำงานเพราะนกและหนูมากมาย จนพืชผลได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เมื่อทำมาหากินไม่ได้ทำงาน รามานปรึกษากันเพื่อเตรียมอพยพกลับไปยังถิ่นเดิมของตนปากลาด และเริ่มอพยพในตอนเช้าของเดือน 11 และ 14 ก่อนเก็บดอกบัวในหนองน้ำรอบบริเวณนั้นคนไทยที่คุ้นเคยกับรามันกล่าวว่าพวกเขาจะบูชาพระเครื่องที่ปากลาด และเกลี้ยกล่อมคนไทยที่รักและสนิทสนมกันว่าในปีถัดมาเมื่อเดือนเพ็ญเดือน ๑๑ และ ๑๔ ค่ำ คนไทยจะเก็บดอกบัวไปเก็บที่วัดหลวงพ่อโตแล้ว พวกเขาจะมารับ

ปีถัดมา ขึ้นเดือน 11 และ 14 ค่ำ คนไทยจะเก็บดอกบัว เก็บที่บางพลีใหญ่ตามคำเรียกร้องของรามันรามมารับดอกบัวทุกปี

รามันที่มารับดอกบัวมาโดยเรือลำใหญ่จุได้ 50-60 คน มาถึงเวลาตี 3-4 และเมื่อมาถึงวัดก็เล่นฆ้อง รำ ร้องเพลง และเล่นเกมต่าง ๆ ด้วย ยินดี ผู้ที่มารับอัญมณีก็เล่นได้อย่างสนุกสนานเช่นกัน และคนไทยได้เตรียมอาหารคาวไว้เลี้ยงโดยใช้ศาลาวัดเป็นงานเลี้ยง เมื่ออิ่มใจแล้ว ชาวรามก็นำดอกบัวไปบูชาหลวงพ่อโต และนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อกลับคืนมาเพื่อความโชคดี ส่วนดอกบัวที่เหลือนั้น รามันก็นำกลับมาบูชาคาถาพันคำ ที่วัดถัดไป ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีรับบัวที่รู้จักและปฏิบัติมาหลายปี

เพื่อประชาชนทั่วไป ทั้งชาวต่างประเทศและชาวบางพลีจะไปชมพิธีปาดอกบัวและรับดอกบัว และเดินทางไปชมเกมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ทางอำเภอจัดขึ้น เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น ในวันที่ 13 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ชาวอำเภอเมืองสมุทรปราการและอำเภอพระประแดงจะชวนเพื่อนและครอบครัวขึ้นเรือพาย พายเรือแคนู เรือเล็กบ้าง เรือใหญ่บ้าง และนำเครื่องดนตรีทั้งหมดมาด้วย ต่างๆอีกด้วย เช่น ซอ ขลุ่ย โทน ราม มง ครุบ ฉาบ ฯลฯ แล้วแต่ว่าใครเก่ง หรือมีเครื่องดนตรีประเภทใดบ้าง? พายเรือด้วยกัน พายเรือด้วยกัน ร้องเพลงและเต้นรำด้วยกัน มันสนุกตลอดทางและเป็นอย่างนี้ทั้งคืน ซึ่งบางส่วนจะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา บางส่วนจะผ่านลำคลอง อื่นๆ เข้าสู่คลองสำโรงแล้วมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านบางพลีใหญ่

สำหรับคนบางพลีเป็นประเพณีที่ขึ้นตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ จะต้องหาดอกบัว เพื่อมอบให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการให้เพื่อนต่างชาติมาเยี่ยมเยือนในโอกาสดังกล่าวเพื่อแสดงไมตรีจิต จัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้กัน ตั้งแต่เย็นวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ผู้มารับดอกบัว ท่านใดที่คุ้นเคยกับชาวบางพลีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านจะพาขึ้นไปเยี่ยมบ้านนี้ บ้านหลังนี้

พวกเขาจะร้องเพลง เต้นรำ เล่นดนตรี กินแอลกอฮอล์และอาหารด้วยกันทั้งคืนอย่างสนุกสนาน เช้าตรู่ของวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ฝรั่งจะล่องเรือไปตามคลองสำโรง และไปรับดอกบัวจากชาวบ้านบางพลีทั้งสองฝั่งคลอง การให้และรับดอกบัวเป็นไปในลักษณะที่สุภาพ กล่าวคือ โบกมือหรือโบกมือก่อน ระหว่างชาวบ้านบางพลีกับชาวบ้านที่คุ้นเคยกัน เมื่อเวลาผ่านไปก็กลายเป็นที่นิยมกันทั่วไป ให้และรับด้วยมือเปล่าจึงเปลี่ยนไปจนภายหลังพูดว่า “ยนบัว” แทน “ถู” บัว”.

การรับดอกบัวจากชาวบ้านบางพลีจะสิ้นสุดเวลา 8.00 น. หรือ 9.00 น. และชาวต่างชาติจะเดินทางกลับ ขากลับจะมีแข่งเรือด้วย แต่เป็นการแข่งที่ไม่มีเส้นชัย ไม่มีผู้พิพากษาและไม่มีการจำแนกประเภท หรือประเภทของเรือ ที่เต็มใจแข่งขันกับใคร เมื่อใด ที่ไหน แข่งขันกันเอง หรือเปลี่ยนคู่แข่งขันตามสะดวกหรือตกลงกัน

ดอกบัวที่ชาวต่างชาติได้รับจากชาวบางพลีจะนำไปบูชาพระในวันเข้าพรรษาในวัดในหมู่บ้านของตน ส่วนใหญ่จะใช้บูชาพระสมุทรเจดีย์บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมืองสมุทรปราการ


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรมมากมาย

คลิกที่นี่เพื่ออ่านความคิดเห็นของเพื่อนเรา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก


#ยอนตำนานประเพณรบบวโยนบว #วถทองถนชาวบางพล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *